เห็นหยากใย่ลอยไปมา (Floaters) และเห็นแสงฟ้าแลบ (Flashing)

เขียนโดย รศ.นพ.ดิเรก ผาติกุลศิลา


การเห็นจุดหรือเส้นลอยไปมา เกิดจากอะไรได้บ้าง?

ภายในลูกตาจะมีช่องขนาดใหญ่ที่อยู่หลังเลนส์ตา ช่องนี้จะบรรจุด้วยน้ำวุ้นตาที่มีลักษณะใส เหนียวข้น คล้ายไข่ขาว และด้านหลังของน้ำวุ้นตาจะแนบชิดอยู่กับจอประสาทตา(รูปที่ 1) น้ำวุ้นตาประกอบด้วยน้ำและเส้นใยคอลลาเจนที่เรียงตัวอย่างเป็นระเบียบทำให้น้ำวุ้นตามีลักษณะใสและไม่มีตะกอนใดๆ แต่ถ้ามีจุดหรือเส้นใยลอยไปมาอาจเกิดได้จาก

  • น้ำวุ้นตาเสื่อม เป็นสาเหตุที่พบบ่อยที่สุด
  • มีเลือดออกในน้ำวุ้นตา
  • มีการอักเสบของน้ำวุ้นตา
  • มีตะกอนแคลเซี่ยมเกาะในน้ำวุ้นตา (asteroid hyalosis)
normal eye
รูปที่ 1 น้ำวุ้นตาปกติมีลักษณะใส ข้น ไม่มีตะกอน
ภาวะน้ำวุ้นตาเสื่อม คืออะไร?

กระบวนการเกิดน้ำวุ้นตาเสื่อมแบ่งเป็น 2 ระยะ

  1. ระยะที่ 1 เป็นระยะที่มีการเปลี่ยนสภาพของวุ้นตาเป็นของเหลว โดยมักเริ่มมีอาการตั้งแต่วัยรุ่นหรือวัยกลางคน กล่าวคือ วุ้นตาจะเริ่มเหลวเป็นน้ำทำให้เกิดเป็นช่องหรือโพรงที่มีน้ำ และมีตะกอนของเส้นใยคอลลาเจนที่แตกหักเนื่องจากการเสื่อมสภาพของโปรตีนเกิดขึ้น ลักษณะเป็นจุดหรือหยากใย่เส้นเล็กๆสีดำหรือเทาๆ ลอยไปลอยมา มักเห็นจำนวนเพียง 2-5 จุดหรือเส้นเท่านั้น โดยจะเห็นเป็นบางครั้งที่สภาพแสงเหมาะสม เช่น เวลามองไปยังบริเวณที่เป็นพื้นสีขาวหรือมองท้องฟ้า(รูปที่ 2) ในระยะนี้จะไม่มีอาการเห็นแสงฟ้าแลบ ระยะนี้ยังไม่มีน้ำวุ้นตาลอก โอกาสจะเกิดจอประสาทตาลอกมีน้อยมาก ยกเว้น คนที่สายตาสั้นมาก หรือเกิดอุบัติเหตุ
  2. ระยะที่ 2 เป็นระยะที่มีการลอกของวุ้นตาออกจากจอประสาทตา มักเกิดในช่วงอายุราวๆ 50-60 ปีขึ้นไป ในระยะนี้น้ำวุ้นตาเสื่อมจะมากขึ้นจนกระทั่งมีโพรงน้ำที่เป็นของเหลวจำนวนมาก น้ำดังกล่าวจะไหลเซาะไปทางด้านหลังไปแทรกให้วุ้นลอกออกจากมาจอประสาทตา(รูปที่ 3) สังเกตว่าที่ผิวหลังของวุ้นตาบริเวณขอบของขั้วประสาทตาจะมีการหนาตัวขึ้นเป็นวง ดังนั้นเวลาวุ้นตาลอกออกมาจากจอประสาทตาวงดังกล่าวจึงหลุดออกมา ทำให้เห็นเป็นเงาดำลักษณะวงกลมหรือวงรีหรือเป็นเส้นโค้งลอยไปลอยมา (รูปที่ 3) มักมีขนาดใหญ่จนเห็นได้ชัด เกิดขึ้นแบบเฉียบพลัน และมีอาการเห็นแสงฟ้าแลบร่วมด้วยเนื่องจากวุ้นตาที่ยังลอกไม่หมดดึงรั้งจอประสาทตาเวลากลอกตา เมื่อเวลาผ่านไปหลายวันหรือเป็นเดือนวุ้นตาจะค่อยๆลอกจนหมดมาถึงหลังเลนส์ (รูปที่ 4) อาการเห็นแสงฟ้าแลบก็จะค่อยๆหายไป วงที่เป็นรูเปิดที่ผิวด้านหลังของวุ้นตาที่เห็นลอยไปมาก็จะจางลงด้วยเช่นกัน เนื่องจากวงดังกล่าวลอยออกห่างจากจอประสาทตามากแล้ว
vitreous syneresis
รูปที่ 2 เริ่มมีวุ้นตาเสื่อมระยะเริ่มต้น จะเห็นมีจุดหรือเส้นๆลอยไปมา ในน้ำวุ้นตา
posterior vitreous detachment
รูปที่ 3 วุ้นตาเสื่อมมากขึ้น และเริ่มมีวุ้นตาหลุดออกจากจอประสาทตา

ในคนส่วนมาก วุ้นตามักลอกออกจากจอประสาทตาจนมาถึงหลังเลนส์โดยไม่เกิดปัญหาใดตามมา (รูปที่ 4) แต่ในบางคนอาจมีบริเวณที่วุ้นตาติดแน่นกับจอประสาทตา (รูปที่ 5) เวลากลอกตาไปมา วุ้นตาก็จะดึงจอประสาทตาทำให้เห็นเป็นไฟแลบซึ่งจะเห็นได้ชัดเจนในเวลากลางคืนที่สภาพแสงน้อย

posterior vitreous detachment
รูปที่ 4 วุ้นตาลอกออกจากจอประสาทอย่างสมบูรณ์โดยไม่เกิดภาวะแทรกซ้อน
vitreous traction on retina
รูปที่ 5 สังเกตว่าวุ้นตามีการติดแน่นกับจอประสาทตา ทำให้วุ้นดึงจอประสาทตาและเห็นเป็นแสงฟ้าแลบเวลากลอกตาไปมา

บางรายวุ้นตาอาจดึงจอประสาทตาจนกระทั่งเกิดการฉีกขาด (รูปที่ 6) และอาจเกิดเลือดออกในน้ำวุ้นตาได้ ทำให้เห็นเป็นจุดเล็กๆจำนวนมากเป็นร้อยๆจุดลอยไปมา บางรายที่เลือดออกมาก จะทำให้ตามัวลงมาก

เมื่อเกิดจอประสาทตาฉีกขาด แล้วปล่อยทิ้งไว้น้ำก็จะค่อยๆไหลผ่านรอยฉีกขาดของจอประสาททำให้เกิดจอประสาทตาลอกได้ (รูปที่ 7) ในระยะนี้จะเริ่มเห็นมีม่านมาบังด้านข้างๆ และบังมากขึ้นเรื่อยๆ จนกระทั่งบังจนหมด

retinal break
รูปที่ 6 สังเกตว่าจอประสาทตาฉีกขาดและมีเลือดออก
retinal detachment
รูปที่ 7 สังเกตว่ามีน้ำเซาะผ่านรูฉีกขาดเข้าไปใต้จอประสาทตา
ทำให้จอประสาทตาหลุดลอก

ในระยะที่มีจอประสาทตาฉีกขาด (รูปที่ 8) ยังสามารถรักษาได้ง่ายด้วยการยิงแสงเลเซอร์ล้อมรอบรอยฉีกขาดของจอประสาทตาเท่านั้น เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดจอประสาทตาหลุดลอก แต่ถ้าเกิดจอประสาทตาลอกไปแล้ว(รูปที่ 9) การรักษา จะยุ่งยากมาก ต้องผ่าตัด เสียเวลาและเสียค่าใช้จ่ายในการรักษามาก และการมองเห็นอาจไม่ดีเท่าเดิม

retinal break
รูปที่ 8 รูปแสดงจอประสาทตาฉีกขาด
retinal detachment
รูปที่ 9 รูปแสดงจอประสาทตาหลุดลอก

สามารถอ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับเรื่อง ""จอประสาทตาลอก" ได้ คลิกที่นี่

คนที่มีน้ำวุ้นตาเสื่อมและมีความเสี่ยงต่อการมีภาวะแทรกซ้อน

ภาวะแทรกซ้อนของน้ำวุ้นตาเสื่อม เช่น จอประสาทตาฉีกขาด เลือดออกในน้ำวุ้นตา และจอประสาทตาหลุดลอก พบได้บ่อยในคนที่มีลักษณะดังต่อไปนี้

  • สายตาสั้นเกิน โดยเฉพาะคนที่สั้นเกิน 600
  • คนที่เคยได้รับอุบัติเหตุทางตามาก่อน
  • คนที่เคยมีจอประสาทตาลอกข้างนึงมาก่อน
  • คนที่เคยผ่าตัดต้อกระจกมาก่อน
  • มีกรรมพันธุ์เกี่ยวกับโรคจอประสาทตาลอกในครอบครัว
  • การมีโรคทางกายบางอย่างที่เกี่ยวข้องกับการมีจอประสาทตาหลุดลอก
อาการเห็นจุดดำลอยไปมาที่มีความเสี่ยงสูง

โดยทั่วไปการเห็นจุดดำเพียง 2-3 จุดในคนอายุเกิน 40 ปี โดยไม่มีอาการเห็นแสงฟ้าแลบ และไม่ได้ปัจจัยเสี่ยงที่กล่าวมาข้างต้น มักไม่ค่อยเกิดปัญหาใดๆ ตามมา อย่างไรก็ตามอาการเห็นจุดดำลอยไปมาที่มีความเสี่ยงสูงและความไปพบจักษุแพทย์โดยเร็ว ได้แก่

  • คนที่ปัจจัยเสี่ยง 7 ข้อข้างบน
  • การมีจุดดำลอยไปมาจำนวนมากและเกิดขึ้นอย่างทันทีทันใด มักเกิดจากการมีเลือดออกในวุ้นตา
  • มีอาการเห็นแสงฟ้าแลบร่วมด้วย
  • มีอาการเห็นภาพหายไปบางส่วนของลานสายตา
  • ตามัวลง
การรักษา

คนส่วนใหญ่มักไม่ค่อยมีภาวะแทรกซ้อนใดๆจากการมีวุ้นตาเสื่อม จึงไม่ได้จำเป็นต้องรักษาใดๆ เพียงแค่ตรวจเพื่อให้แน่ใจว่าไม่ได้มีภาวะแทรกซ้อน แต่ในบางคนที่แพทย์ตรวจพบว่ามีจอประสาทตาฉีกขาด แพทย์จะแนะนำให้รักษาโดยแสงเลเซอร์ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดจอประสาทตาหลุดลอกตามมา

ในรายที่มีจอประสาทตาหลุดลอก จำเป็นต้องได้รับการผ่าตัดโดยเร็ว เพื่อแปะให้จอประสาทตาติดกลับดังเดิม ก็จะช่วยให้การมองเห็นดีขึ้นได้ (แม้จะไม่ดีเท่าเดิม) อย่างไรก็ตามกระบวนการรักษายุ่งยากมาก ใช้เวลาพักฟื้นนาน และเสียค่าใช้จ่ายสูง ดังนั้นถ้ามีอาการเห็นจุดดำลอยไปมา โดยเฉพาะมีอาการเห็นแสงฟ้าแลบร่วมด้วย ควรรีบไปพบจักษุแพทย์ใกล้บ้านโดยเร็ว เพื่อตรวจจอประสาทตาโดยละเอียด ในการตรวจแพทย์มักต้องหยอดยาขยายม่านตา จึงไม่ควรขับรถมาเอง และนำแว่นตากันแดดมาด้วย(ถ้ามี)


ด้วยความปรารถนาดีจาก ดิเรก-ประภัสสร จักษุคลินิก
www.direkclinic.com